Home
อาร์โทรโพดา
-  คลาสไคโลโฟดา
-  คลาสอะแรชนิดา
-  คลาสเมอโรสโตมาตา
-  คลาสอินเซกตา
-  คลาสไดโพลโพดา
คอร์ดาตา
  -  คลาสไซโครสโตรมาตา
  -  คลาสออสติอิคไทอิส
  -  คลาสคอนดริกไทอิส
  -  คลาสแอมฟิเบีย
  -  คลาสเรปทีเลีย
  -  คลาสเอวีส
  -  คลาสแมมมาเลีย
พอริเฟอร่า
ซีเลนเทอราตา
แพลธีเฮลมินเทส
แอนนิลิดา
เนมาโทดา
มอลลัสกา
เอไคโนเดอมาตา
 
  แบบทดสอบก่อนเรียน
|
ก่อนเข้าสู่บทเรียน
|
แบบทดสอบ
|
คำถามท้ายบท

 

    

ไฟลัมอาร์โทรโพดา
สัตว์พวกอาร์โทรพอด ( arthropod )
- อาร์โทรพอดที่เรารู้จักดีได้เเก่ เเมงมุม เเมงป่อง กุ้ง ปู เเละเเมลงต่างๆ
- เป็นสัตว์ที่มีจำนวนเเละชนิดมากกว่าสัตว์ทุกกลุ่มในโลก
- อาศัยอยู่ทั้งบนบก ใต้ดิน บนดิน ในน้ำ เเละในอากาศ
- มีทั้งที่เป็นประโยชน์ เเละเป็นโทษต่อมนุษย์
ลักษณะร่างกาย
- มีรยางค์เป็นข้อๆ ต่อกัน ( jointed appendage ) ลักษณะเเละทำหน้าที่ได้หลายอย่าง นอกจากเป็นขาเดิน ยังเป็นขากรรไกร คีม ที่วางไข่ ท่อดูด ก้าม หนวด ใบพาย ฯลฯ

-มีโครงร่างเเข็งภายนอก ( exoskeleton )
เป็นปล้องๆมาต่อกันเรียกว่า คิวติเคิล ( cuticle )
ประกอบด้วยสารไคตินเเละโปรตีน
โดยมีสารไลโปโปตีนกันน้ำเคลือบอยู่ภายนอก
เเละมีกล้ามเนื้อยึดเกาะภายใน เมือ่หดตัวทำให้โครงร่างเเข็งเคลื่อนไหวตรงข้อต่อได้รวดเร็ว
- การเจริญเติบโต มีการลอกคราบเป็นระยะๆ เเละ
เเมลงส่วนใหญ่มีการเปลี่ยนเเปลงรูปร่าง
ขณะเจริญเติบโตเรียกว่า เมเเทมอร์โฟซิส
( metamorphosis )

- ลำตัวเป็นปล้องๆบางชนิดมีลำตัวเเบ่งเป็น 3 ส่วน
( head ) ส่วนอก ( thorax ) ส่วนท้อง ( abdomen ) เเละบางชนิดมี 2 ส่วนเพราะส่วนหัว
กับส่วนอกรวมกัน เรียกว่า เซฟาโลทอเเรกซ์
ระบบหมุนเวียนเลือด
- เเบบวงจรปิด
( open circulatory system )

- หัวใจที่อยู่ด้านบนสูบฉีดเลือดไหลผ่านเส้นเลือดระยะสั้นๆ เเล้วไหลออกไปทางช่องว่าลำตัว ( ซีลอม )
ที่ล้อมรอบอวัยวะภายในต่างๆ
-ซีลอมที่มีเลือดเเละน้ำเหลืองบรรจุอยู่ เรียกว่า
เฮโมซีล( hemocoel )

การหายใจ
- เเมลง หายใจด้วยท่อลม ( trachea ) มีการเเลกเปลี่ยนเเก๊สระหว่างเซลล์เเละอากาศในท่อลม
โดยรงควัตถุลำเลียงก๊าซ
- เเมงมุมหายใจโดยปอดเเผง ( book lung )
- พวกที่อาศัยอยู่ในน้ำหายใจทางเหงือก เลือดมีรงควัตถุสีเงินลำเลียงออกซิเจน

อวัยวะขับถ่าย
- เเมลง ใช้ท่อมัลพิเกียน ( mulpighian tube )
- กุ้งมีอวัยวะขับถ่ายเรียกว่า ต่อมเขียว ( green gland ) อยู่ที่หัว
ระบบประสาท ประกอบด้วย
- ปมประสาทใหญ่ที่หัว 1 คู่ ทำหน้าที่คล้ายสมอง
- เส้นประสาทใหญ่ที่ด้านท้อง 2 เส้น เชื่อมปมประสาทของปล้องต่างๆ
- มีอวัยวะรับความรู้สึกคือ หนวด ขน ตา
- อาจมีอวัยวะรับเสียง เเละอวัยวะเกี่ยวกับการทรงตัวด้วย
การสืบพันธุ์
- ส่วนใหญ่จะเเยกเพศ ตัวผู้ตัวเมียมักมีขนาดไม่เท่ากัน
- ปฏิสนธิภายในร่างกาย
- บางชนิด เช่น ผึ้งตัวผู้เกิดจากไข่ที่ไม่ได้ปฏิสนธิ เรียกว่า พาร์ทีโนเจเนซิส ( partenogenesis )

ลักษณะของอาร์โทรพอดในคลาสต่างๆ

1. คลาสอินเซ็คตา ( insecta ) พวกเเมลงต่างๆ

- มีชนิดเเละจำนวนมากที่สุด ( 75 % ของโลก )
- ลำตัว 3 ส่วน ( ส่วนหัว ส่วนอก ส่วนท้อง ) - หนวด 1 คู่
- ขา 3 คู่ ( ส่วนอกเเบ่งเป็น 3 ปล้อง มีปล้องละ 1 คู่ )
- บางชนิดมีปีก 2 คู่ ( อยู่ปล้องหลังของอกปล้องละ 1 คู่ )
- หายใจด้วยท่อลม ( trachea )

2. คลาสครัสเตเซีย ( Crustacea ) ส่วนใหญ่อยู่ในน้ำ ได้เเก่ กุ้ง ปู ไรน้ำ ( ไรเเดงเเละไรน้ำตาล ) เพรียงหิน จักจั่นทะเล ตัวกะปิ เหาไม้ ( อยู่ตามดินที่ชื้น )

             

                   
- ลำตัว 2 ส่วนคือ เซฟาโลทอเเรกซ์ ( หัวกับอก ) เเละส่วนท้อง      - หนวด 2 คู่
- มีรยางค์รอบปากจำนวนมาก               - ขาเดิน 5 คู่ ( อยู่ที่ส่วนอก )
- ส่วนท้องมีรยางค์ 6 คู่ เป็นขาสำหรับว่ายน้ำ 5 คู
- กุ้งเเละกั้งมีรยางค์เเบนๆคล้ายหางเสือ 1 คู่
- ขากรรไกร 1 คู่ ( mandible )           - หายใจด้วยเหงือก

3. คลาสอะเเรชนิดา ( Arachnida ) เเมงมุม เเมงป่อง เห็บ ไร

- ลำตัว 2 ส่วน คือ เซฟาโลทอเเรกซ์กับท้อง         - ขาเดิน 4 คู่
- ไม่มีหนวด                  - ไม่มีขากรรไกร
- รยงค์มักเปลี่ยนไปทำหน้าที่พิเศษ เช่น ต่อมพิษ เขี้ยว หรือ เข็มพิษ
- หายใจด้วยเทรเคีย หรือ book lung

4. คลาสเมอโรสมาตา ( Merostoma ) เเมงดาทะเล มี 4 ชนิดในโลก ประเทศไทยมี 2 ชนิดคือ เเมงดาจาน
( หางเหลี่ยม ) เเมงดาถ้วย หรือ เหรา ( หางกลม )

 

- ลำตัว 2 ส่วนคือ เซฟาโลทอเเรกซ์กับท้อง
- ตาประกอบ 1 คู่
- ขาเดิน 5 คู่ โดยคู่สุดท้ายเป็นเเผ่นเเบนใช้ขุดทราย
- ไม่มีขากรรไกร
- ไม่มีหนวด
- มีกระดองโค้งคลุมลำตัว ส่วนท้ายของลำตัวยื่นยาวคล้ายหาง

5. คลาสซิโลโฑดา ( Chilpoda ) เรียกว่า เซ็นติปิด
( centipede ) ได้เเก่ ตะขาบ ตะเข็บ ตะขาบฝอย

     

                   

- มีหัวกับลำตัวที่เเบ่งเป็นปล้องๆ 12 - 20 ปล้อง
- ขาเดินสั้นๆ ปล้องละ 2 คู่       - ขากรรไกรเจริญดี
- หนวด 1 คู่           - ดำรงชีพเเบบกินซากพืชสัตว์เน่าเปื่อย ( scavenger )

6. คลาสไดโพลโพดา ( Diploloda ) เรียกว่า มิลลิปิด
( millipede ) ได้เเก่ พวกกิ้งกือ

            

 

 

                          

 - มีหัวกับตัวที่เเบ่งเป็นปล้องๆ 15 - 20 ปล้อง     - ขาเดินสั้นๆ ปล้องละ 2 คู่ ขากรรไกรเจริญดี
- หนวด 1 คู่                - ดำรงชีพเเบบกินซากพืชสัตว์ที่เน่าเปื่อย ( scavenger )
                  

การควบคุมโดยวิธี ( Biological control ) หมายถึง การป้องกัน พืช เเละสัตว์โดยสิ่งมีชีวิต
- สามารถใช้ในการกำจัดเเมลงศัตรูพืช ที่เป็นปัญหาในการทำเกษตรกรรม
- ใช้สิ่งมีชีวิตที่เป็นศัตรูตามธรรมชาติ ซึ่งอาจเป็นผู้ล่า ( เรียกว่า ตัวห้ำ ) หรือ ปรสิต
( เรียกว่า ตัวเบียน )
- มีข้อดีคือ ไม่เกิดมลภาวะจากการนำสารเคมีที่เป็นพิษมาใช้
ซึ่งเป็นอันตรายต่อ คน สัตว์อื่น ตลอดจนเเมลงที่เป็นประโยชน์ มีพิษสะสมในสิ่งเเวดล้อม
เเมลงดื้อสารเคมีทำให้ต้องใช้ในปริมาณที่เพิ่มขึ้น
- ตัวอย่างการควบคุมโดยชีววิธี เช่น การกำจัดยุง โดยการใช้ปลาหางนกยูงกินลูกน้ำยุง
การกำจัดหนอนผีเสื้อโดยการใช้เเตนบางชนิด ที่ตัวอ่อนของเเตนจะฟักออกจากไข่ เเละเกาะ
กินตัวหนอนเเละผีเสื้อจนกระทั่งโต