เลือกภาษา  | Thai | English | 
หน้าหลัก แหล่งท่องเที่ยวในธนบุรี
ประวัติกรุงธนบุรี
พระมหากษัตริย์
แหล่งท่องเที่ยว
แผนที่ธนบุรี
เมนูข้อมูลธนบุรี
พระมหากษัตริย์ แห่งกรุงธนบุรี
โดย รศ.ทิพวรรณ จันทรสถิตย์
 


            สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวของกรุงธนบุรี ทรงครองราชย์เมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๐ - ๒๓๒๕ เมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าเมื่อเดือนมกราคม ๒๓๑๐ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชใช้เวลารวบรวมไพร่พล แล้วยกกองทัพไปตีพม่าที่มายึดกรุง ศรีอยุธยาจนพม่าพ่ายแพ้ พระเจ้าตากสินมหาราชทรงใช้เวลากอบกู้อิสรภาพจากพม่าได้ภายในเวลา ๖ - ๗ เดือนเท่านั้น

            สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงพระราชสมภพ เมื่อวันอาทิตย์ เดือน ๕ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีขาล จุลศักราช ๑๐๙๕ ตรงกับวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ.
๒๒๗๗ ในรัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พระมหากษัตริย์องค์ที่ ๓๗ แห่งกรุงศรีอยุธยา บิดามีเชื้อสายจีนชื่อไหฮอง แซ่แต้ มารดาเป็นคนไทยชื่อ นกเอี้ยง เมื่อได้ถือกำเนิดมา ๓ วัน มีงูเหลือม มาขดรอบกระด้งที่นอนของทารกน้อยซึ่งประเพณีชาวจีนสมัยโบราณถือว่าเป็นสิ่งอัปมงคลจะต้องทำลายชีวิตทารกเสีย เจ้าพระยาจักรีขุนนางของกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีบ้านพักอยู่ใกล้บ้านนายไหฮอง จึงขอทารกน้อยเป็นบุตรบุญธรรมท่านได้ตั้งชื่อบุตรบุญธรรมว่า " สิน " เพราะ ตั้งแต่ได้บุตรบุญธรรมมาเจ้าพระยาจักรีมีความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่ราชการและมีทรัพย์สินสมบัติเพิ่มพูนเป็นอันมาก เมื่ออายุ ๔ ปี เจ้าพระยาจักรีนำบุตร บุญธรรมไปเรียนหนังสือกับพระอาจารย์ทองดีที่วัดโกษาวาส เมื่ออายุครบ ๑๓ ปี หลังตัดจุกแล้วเจ้าพระยาจักรีได้นำเข้าถวายตัวเป็นมหาดเล็กในสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ นายสินจึงได้เริ่มรับราชการตั้งแต่นั้นมา เมื่ออายุครบ ๒๐ ปีได้กราบบังคมลาไปอุปสมบทเป็นภิกษุจำพรรษาที่วัดโกษาวาสนานถึง ๓ ปี ระหว่างนี้จึงได้มีโอกาสศึกษาทางธรรมจนมีความรู้แตกฉาน และเป็นประโยชน์ในราชการต่อไป

 

            เมื่อลาสิกขาแล้ว นายสินได้กลับเข้ารับราชการในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศตามเดิม โดยได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่มหาดเล็กรายงานข้อ ราชการอยู่ในกรมมหาดไทย ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้กำกับศาลชำระความต่างๆ ในกรมวัดศาลหลวงและทรงโปรดให้เป็นที่หลวงเชิญตราพระราชสีห์ ไปชำระความตามหัวเมืองภาคเหนือ ผลงานของท่านเป็นที่พอพระหฤทัยพระเจ้าอยู่หัวเป็นอันมาก เมื่อหลวงยกกระบัตรเมืองตากถึงแก่กรรม จึงมีพระบรม ราชโองการแต่งตั้งให้นายสินดำรงตำแหน่งหลวงยกกระบัตรเมืองตากรับราชการช่วยพระยาตากจนกระทั่งเข้ารัชสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ พระยาตากถึง แก่อนิจกรรมจึงได้โปรดเกล้าฯ ให้หลวงยกกระบัตรเป็นพระยาตากมีอายุเพียง ๓๑ ปี ต่อมาเจ้าเมืองกำแพงเพชรถึงแก่กรรมจึงโปรดเกล้าฯ เลื่อนพระยาตาก เป็นพระยาวชิรปราการ เจ้าเมืองกำแพงเพชร แต่ยังมิทันได้ขึ้นครองเมืองกำแพงเพชร พม่าบุกเข้าล้อมกรุงศรีอยุธยา พระยาวชิรปราการจึงถูกเกณฑ์ให้ไป ช่วยรักษาพระนคร

            ระหว่างที่อยู่รักษากรุงศรีอยุธยานั้น พระยาวชิรปราการได้รับมอบหมายให้รักษาพระนครทางด้านตะวันออกอยู่ที่วัดเกาะแก้ว เมื่อพม่าเคลื่อนย้ายเข้ามา พระยาวชิรปราการสั่งให้ยิงปืนใหญ่สกัดทัพพม่าโดยไม่ได้ขออนุญาตต่อศาลลูกขุนก่อน ระหว่างนั้นมีระเบียบเก่าว่าหากกองทัพไทยจะยิงปืนใหญ่ต้องขอ อนุญาตต่อศาลลูกขุนก่อนเพราะ เกรงว่าบรรดาเหล่านางสนมกำนัลฝ่ายในจะตกอกใจเสียขวัญ พระยาวชิรปราการเกือบถูกลงโทษหากแต่เคยมีความชอบมา ก่อนจึงเพียงถูกภาคทัณฑ์

 
 

            ระหว่างที่อยู่ช่วยรักษาพระนครนั้น กองทัพไทยอ่อนแอมากเนื่องจากการแตกความสามัคคีและแม่ทัพไทยบางคนเป็นไส้ศึกให้กับพม่า พระยาตากหรือพระยาวชิรปราการเห็นว่าคงเหลือกำลัง ที่จะรักษาพระนครได้ ในวันที่ ๓ มกราคม ๒๓๑๐ จึงได้รวบรวมกำลังทหารประมาณ ๕๐๐ คน ตีฝ่าวงล้อมพม่าไปทางทิศตะวันออก พระยาตากตั้งมั่นที่เมืองจันทบุรี เพื่อรวบรวมกำลังอาวุธ เสบียงอาหารและต่อเรือสำเภา แล้วจึงเดินทางกลับมาทางเรือเข้ามาทางปากแม่น้ำเจ้าพระยา พระยาตากเข้าตีเมืองธนบุรีซึ่งขณะนั้นพม่าแต่งตั้งให้นายทองอินรักษาเมืองธนบุรี เมื่อตี เมืองธนบุรีได้จับตัวนายทองอินประหารชีวิตแล้ว จึงยกทัพไปยังกรุงศรีอยุธยา ขณะนั้นแม่ทัพพม่าคือสุกี้ ควบคุมไพร่พลอยู่ที่ค่ายโพธิ์สามต้น การรบชนะพม่าที่ค่ายโพธิ์สามต้นของพระยาตากถือว่าเป็นการกอบกู้อิสรภาพจากพม่าได้

  พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  
 

            หลังจากกอบกู้อิสรภาพได้แล้ว พระเจ้าตากทรงพิจารณาดูแล้วเห็นว่ากรุงศรีอยุธยามีชัยภูมิเหมาะสมมีน้ำล้อมรอบ แต่กรุงศรีอยุธยาชำรุดเสียหายจากการทำลายของพม่ามาก ประกอบด้วยพระเจ้าตากมีกำลังไพร่พลน้อยไม่พอที่จะรักษาพระนครได้ จึงย้ายราชธานีมาอยู่เมืองธนบุรีศรีมหาสมุทร กรุงธนบุรีเป็นเมืองขนาดเล็ก อยู่ใกล้ปากน้ำ หากเกิดศึกสงครามการระวังรักษาด้วยกำลังพลทหารน้อยจะทำได้ง่ายหากสู้ศัตรูไม่ได้ก็สามารถหนีไปทางตะวันออกได้ง่าย

            เมื่อพระยาตากตั้งราชธานีที่กรุงธนบุรีเมื่อปลายปี พ.ศ.๒๓๑๐ ทรงมีพระราชภารกิจที่หนักยิ่งประการแรกคือ การรวบรวมบ้านเมืองให้เป็นปึกแผ่น ระหว่างที่กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าบ้านเมืองได้แตกแยกเป็นก๊กเป็นเหล่าหลายก๊ก ได้แก่ ชุมชนเจ้าพระฝาง ชุมชนเจ้าพระยาพิษณุโลกอยู่ทางเหนือ ชุมชนเจ้าพิมายอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ชุมชนเจ้านครอยู่ทางใต้ พระเจ้าตาก ต้องทำศึกภายในเพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นให้แก่บ้านเมือง ขณะเดียวกันต้องทำศึกกับพม่าอีกนับสิบครั้ง ศึกครั้งสำคัญคือการสู้รบกับอะแซหวุ่นกี้ที่เมืองพิษณุโลก นอกจากนี้ยังต้องทำศึกกับเขมรและลาวอีกหลายครั้ง

   


  พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (วงเวียนใหญ่ กรุงเทพฯ)
พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (วงเวียนใหญ่ กรุงเทพฯ)
 
   

            นอกจากนี้พระเจ้าตากยังทรงมีพระราชภารกิจอื่นๆ อีกมากมายที่สำคัญคือ ภารกิจทางด้านเศรษฐกิจ ในระหว่างที่ทำศึกสงครามกับพม่าพลเมืองไทย ไม่เป็นอันทำมาหากิน ต้องทิ้งไร่ทิ้งสวนหนีพม่าทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนเสบียงอาหารประชาชนอดอยากไม่มีข้าวปลาอาหารรับประทาน พระเจ้าตากต้องสละพระราชทรัพย์ซื้อข้าวจากต่างประเทศมาเลี้ยงประชาชนทรงชักชวนขุนนาง ไทยใหญ่น้อยให้ทำนาปรังเพื่อให้มีข้าวกิน ทรงหากินโดยการค้าขายกับจีน ญวน นอกจากนี้ทรงต้องแก้ปัญหาในด้านคุณธรรม จริยธรรมอีก เพราะในระหว่างศึกสงครามด้านพระศาสนาได้เสื่อมโทรมลง มีพระสงฆ์นอกรีตนอกรอยเกิดขึ้นมาก พระเจ้าตากต้องหาทางแก้ไขและฟื้นฟูพระศาสนาขึ้นมาใหม่ โดยโปรดเกล้าฯให้คัดลอกพระไตรปิฎกจากเมืองนครศรีธรรมราช ในด้านส่วนพระองค์ของพระเจ้าตากสินทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอันมากทรงศึกษาพระธรรมและนั่ง วิปัสสนาอยู่เป็นเนืองนิตย์

            พระเจ้าตากสินมหาราชเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีบุญคุณต่อประชาชนชาวไทยอย่างใหญ่หลวง ทรงกอบกู้อิสรภาพจากพม่า ทรงรวบรวมอาณาจักรให้เป็นปึกแผ่น ทรงห่วงใยอาณาประชาราษฎร ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ทรงเป็นที่รักและเคารพของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าโดยเฉพาะชาวธนบุรี

             หมายเหตุ พระราชประวัติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชนี้ ผู้รู้หลายท่านมีความเห็นแย้งกัน ศาสตราจารย์นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ ได้เขียนไว้ใน หนังสือการเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี ซึ่งนักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีหลายท่าน อาทิเช่น คุณสุจิตต์ วงษ์เทศ นักโบราณคดีและนักเขียนชื่อ ดังยืนยันความเห็นที่แตกต่างว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เดิมเป็นพ่อค้ากองเกวียนมาก่อนและแซ่ของพระราชบิดานั่นมิใช่ไหฮอง คำว่าไหฮอง เป็นชื่อตำบลแห่งหนึ่งในประเทศจีน


 
 
หน้าหลัก ] [ ประวัติเมือง ] [ พระมหากษัตริย์ ] [ แหล่งท่องเที่ยว ] [ แผนที่ ] [ สถานที่อื่นๆ ]
 

ปรับปรุงล่าสุด :: วันศุกร์ที่ ๑๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๒ เวลา ๑๑.๑๘ น.   :: กลับสู่ด้านบน ::